สนค. หนุนรัฐกำหนดนโยบายลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก แนะเอกชนเร่งปรับตัว

สนค. หนุนรัฐกำหนดนโยบายลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก แนะเอกชนเร่งปรับตัว

avatar

Administrator


116


<p style="text-align:center"><strong>สนค. หนุนรัฐกำหนดนโยบายลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก แนะเอกชนเร่งปรับตัว</strong></p>

<p><strong>ดาวน์โหลดเอกสาร:&nbsp;</strong><a href="http://uploads.tpso.go.th/TPSO - Press format - ก๊าซเรือนกระจก_1.pdf" target="_blank">TPSO - Press format - ก๊าซเรือนกระจก_1.pdf</a></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;สนค. ศึกษาการปรับตัวของภาคธุรกิจเพื่อลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก พบว่าผู้ประกอบการเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ SME ยังขาดความรู้ และมีข้อจำกัดด้านเงินทุน ขณะที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่สนใจซื้อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เหตุต้องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการ และอยากทดลองสินค้าใหม่ แนะให้ภาครัฐกำหนดนโยบายสนับสนุน ช่วยผู้ประกอบการปรับตัว และส่งเสริมด้านการตลาด ส่วนภาคธุรกิจ ต้องปรับการผลิตให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สนค. ได้จัดทำ &ldquo;โครงการศึกษาแนวทางการปรับตัวของภาคธุรกิจไทยเพื่อเตรียมพร้อมต่อมาตรการทางการค้าด้านสิ่งแวดล้อม: กรณีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&rdquo; โดยได้สำรวจผู้บริโภค สัมภาษณ์เชิงลึกผู้ประกอบการ และจัดทำข้อเสนอต่อภาครัฐ-ภาคเอกชน เพื่อให้ภาครัฐมีข้อมูลในการจัดทำนโยบายและให้ภาคธุรกิจมีข้อมูลในการปรับตัว ตลอดจนรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;สำหรับผลการสำรวจผู้บริโภค สนค. ได้สำรวจประชาชน มีผู้ตอบแบบสอบถาม 5,012 คน พบว่าร้อยละ 81.64 สนใจซื้อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยเหตุผลคือ (1) ต้องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและลดโลกร้อน (2) ต้องการสนับสนุนผู้ประกอบการหรือผู้ผลิตสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ (3) ต้องการทดลองสินค้าใหม่ ๆ ขณะที่เหตุผลที่คนส่วนใหญ่ไม่สนใจซื้อ คือ (1) ราคาแพง (2) สถานที่จำหน่ายน้อย และ (3) ขาดการประชาสัมพันธ์</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ส่วนการสัมภาษณ์เชิงลึก พบว่า ผู้ประกอบการตระหนักและพร้อมจะเปลี่ยนกระบวนการดำเนินงานเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gases: GHGs) แต่ผู้ประกอบการ SME มีข้อจำกัดด้านเงินทุน ทั้งค่าใช้จ่ายเพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิต และค่าใช้จ่ายเพื่อประเมินและขอรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ นอกจากนี้ยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ GHGs และมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของต่างประเทศ อีกทั้งผู้บริโภคยังเลือกที่จะซื้อสินค้าทั่วไป ซึ่งมีราคาถูกกว่า ทำให้ขาดแรงจูงใจหรือไม่เห็นประโยชน์ในการปรับตัวเพื่อลดการปล่อย GHGs</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นายพูนพงษ์กล่าวว่า ข้อเสนอต่อภาครัฐ ผลการศึกษา พบว่า (1) ด้านนโยบายภาครัฐ ควรมีนโยบายหรือมาตรการสนับสนุนให้ธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสามารถเพิ่มศักยภาพได้มากขึ้น บูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ บูรณาการฐานข้อมูล ให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งข้อมูลง่าย พัฒนาแรงงานเพื่อยกระดับศักยภาพ (2) ด้านการส่งเสริมผู้ประกอบการ ควรส่งเสริมให้ผู้ประกอบการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เข้าถึงเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม (Green Technology) ช่วยเหลือผู้ประกอบการในการประเมินและขอรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และ (3) ด้านการส่งเสริมการตลาด ควรประชาสัมพันธ์ให้ฉลากสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เป็นที่รู้จัก เพิ่มมูลค่า และสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภค เผยแพร่สินค้าที่ได้รับการรับรองฉลากสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ รวมถึงเครื่องมือหรือกลไกที่ไทยใช้ในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมให้ต่างชาติเข้าใจและยอมรับสินค้าไทย และผลักดันการซื้อขายคาร์บอนฟุตพริ้นท์เป็นประเด็นหนึ่งในการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ทางด้านข้อเสนอต่อภาคธุรกิจ ควรเก็บข้อมูลกิจกรรมธุรกิจทุกขั้นตอน อาทิ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมัน และปริมาณวัตถุดิบ สำหรับเป็นข้อมูลพื้นฐานว่าแต่ละขั้นตอนปล่อย GHGs อย่างไร เพื่อปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นจุดขาย เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น สำหรับการขอรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ อาจขอรับรองในสินค้าที่ขายดีก่อน แล้วจึงขยายไปในสินค้าที่ใกล้เคียงกัน เนื่องจากใช้ชุดข้อมูลคล้ายกัน ทำให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ ต้องเพิ่มพูนความรู้ ติดตามสถานการณ์รอบด้านที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจการค้า เพื่อให้ปรับตัวได้ทันท่วงที</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ทั้งนี้ ประชาชน ผู้ประกอบการ และผู้ที่สนใจ และต้องการศึกษารายงานฉบับสมบูรณ์ ดูรายละเอียดได้ที่ <a href="https://drive.google.com/drive/folders/1LctX9-pGlbKRxbOHhxA_aVrzdr4MVsVt" target="_blank">https://shorturl.asia/wmo6O</a></p>

<p style="text-align:center">---------------------------------------------</p>

<p>สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า</p>

<p>18 กันยายน 2566</p>

สนค. หนุนรัฐกำหนดนโยบายลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก แนะเอกชนเร่งปรับตัว

ดาวน์โหลดเอกสาร: 

                     สนค. ศึกษาการปรับตัวของภาคธุรกิจเพื่อลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก พบว่าผู้ประกอบการเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ SME ยังขาดความรู้ และมีข้อจำกัดด้านเงินทุน ขณะที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่สนใจซื้อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เหตุต้องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการ และอยากทดลองสินค้าใหม่ แนะให้ภาครัฐกำหนดนโยบายสนับสนุน ช่วยผู้ประกอบการปรับตัว และส่งเสริมด้านการตลาด ส่วนภาคธุรกิจ ต้องปรับการผลิตให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

                     นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สนค. ได้จัดทำ “โครงการศึกษาแนวทางการปรับตัวของภาคธุรกิจไทยเพื่อเตรียมพร้อมต่อมาตรการทางการค้าด้านสิ่งแวดล้อม: กรณีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก” โดยได้สำรวจผู้บริโภค สัมภาษณ์เชิงลึกผู้ประกอบการ และจัดทำข้อเสนอต่อภาครัฐ-ภาคเอกชน เพื่อให้ภาครัฐมีข้อมูลในการจัดทำนโยบายและให้ภาคธุรกิจมีข้อมูลในการปรับตัว ตลอดจนรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

                     สำหรับผลการสำรวจผู้บริโภค สนค. ได้สำรวจประชาชน มีผู้ตอบแบบสอบถาม 5,012 คน พบว่าร้อยละ 81.64 สนใจซื้อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยเหตุผลคือ (1) ต้องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและลดโลกร้อน (2) ต้องการสนับสนุนผู้ประกอบการหรือผู้ผลิตสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ (3) ต้องการทดลองสินค้าใหม่ ๆ ขณะที่เหตุผลที่คนส่วนใหญ่ไม่สนใจซื้อ คือ (1) ราคาแพง (2) สถานที่จำหน่ายน้อย และ (3) ขาดการประชาสัมพันธ์

                     ส่วนการสัมภาษณ์เชิงลึก พบว่า ผู้ประกอบการตระหนักและพร้อมจะเปลี่ยนกระบวนการดำเนินงานเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gases: GHGs) แต่ผู้ประกอบการ SME มีข้อจำกัดด้านเงินทุน ทั้งค่าใช้จ่ายเพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิต และค่าใช้จ่ายเพื่อประเมินและขอรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ นอกจากนี้ยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ GHGs และมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของต่างประเทศ อีกทั้งผู้บริโภคยังเลือกที่จะซื้อสินค้าทั่วไป ซึ่งมีราคาถูกกว่า ทำให้ขาดแรงจูงใจหรือไม่เห็นประโยชน์ในการปรับตัวเพื่อลดการปล่อย GHGs

                     นายพูนพงษ์กล่าวว่า ข้อเสนอต่อภาครัฐ ผลการศึกษา พบว่า (1) ด้านนโยบายภาครัฐ ควรมีนโยบายหรือมาตรการสนับสนุนให้ธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสามารถเพิ่มศักยภาพได้มากขึ้น บูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ บูรณาการฐานข้อมูล ให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งข้อมูลง่าย พัฒนาแรงงานเพื่อยกระดับศักยภาพ (2) ด้านการส่งเสริมผู้ประกอบการ ควรส่งเสริมให้ผู้ประกอบการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เข้าถึงเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม (Green Technology) ช่วยเหลือผู้ประกอบการในการประเมินและขอรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และ (3) ด้านการส่งเสริมการตลาด ควรประชาสัมพันธ์ให้ฉลากสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เป็นที่รู้จัก เพิ่มมูลค่า และสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภค เผยแพร่สินค้าที่ได้รับการรับรองฉลากสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ รวมถึงเครื่องมือหรือกลไกที่ไทยใช้ในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมให้ต่างชาติเข้าใจและยอมรับสินค้าไทย และผลักดันการซื้อขายคาร์บอนฟุตพริ้นท์เป็นประเด็นหนึ่งในการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

                     ทางด้านข้อเสนอต่อภาคธุรกิจ ควรเก็บข้อมูลกิจกรรมธุรกิจทุกขั้นตอน อาทิ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมัน และปริมาณวัตถุดิบ สำหรับเป็นข้อมูลพื้นฐานว่าแต่ละขั้นตอนปล่อย GHGs อย่างไร เพื่อปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นจุดขาย เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น สำหรับการขอรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ อาจขอรับรองในสินค้าที่ขายดีก่อน แล้วจึงขยายไปในสินค้าที่ใกล้เคียงกัน เนื่องจากใช้ชุดข้อมูลคล้ายกัน ทำให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ ต้องเพิ่มพูนความรู้ ติดตามสถานการณ์รอบด้านที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจการค้า เพื่อให้ปรับตัวได้ทันท่วงที

                     ทั้งนี้ ประชาชน ผู้ประกอบการ และผู้ที่สนใจ และต้องการศึกษารายงานฉบับสมบูรณ์ ดูรายละเอียดได้ที่ https://shorturl.asia/wmo6O

---------------------------------------------

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า

18 กันยายน 2566

เผยแพร่เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2566