สนค. กางสถิติส่งออกสินค้าเกษตรไทย ปี 2568 “อุตสาหกรรมเกษตร” เครื่องยนต์หลักโตต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน เร่งปรับโครงสร้างสู่ “เกษตรมูลค่าสูง” รับมือความท้าทายตลาดโลก

สนค. กางสถิติส่งออกสินค้าเกษตรไทย ปี 2568 “อุตสาหกรรมเกษตร” เครื่องยนต์หลักโตต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน เร่งปรับโครงสร้างสู่ “เกษตรมูลค่าสูง” รับมือความท้าทายตลาดโลก

avatar

Administrator


317


<p><strong>ดาวน์โหลดข้อมูลฉบับเต็ม:&nbsp;</strong><a href="https://uploads.tpso.go.th/editor/pdf/1771984768_b52a59b8b16d3ca1de01.pdf" target="_blank">1771984768_b52a59b8b16d3ca1de01.pdf</a></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยสถิติการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรไทย ปี 2568 มีมูลค่ารวม 52,072.3 ล้านเหรียญสหรัฐ (1,709,075 ล้านบาท) โดยในภาพรวมหดตัวเล็กน้อยที่ 0.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสินค้าเกษตรหดตัว 4.1% ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมเกษตรขยายตัว 4.1% เติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนศักยภาพของไทยในการปรับตัวจากการขายวัตถุดิบสู่สินค้าแปรรูปที่มีมูลค่าเพิ่ม โดยมีสถิติสำคัญแบ่งเป็น 2 ส่วน ดังนี้</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>ส่วนที่ 1: การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร</strong> ไทยส่งออกเป็นมูลค่า 24,381.0 ล้านเหรียญสหรัฐ (799,950 ล้านบาท) ขยายตัว 4.1%&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;- <strong>สินค้าอุตสาหกรรมเกษตรที่มีมูลค่าส่งออกสูงสุด 5 อันดับแรก</strong> คือ (1) <u>อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป</u> มูลค่า 3,811.9 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 15.63% ของมูลค่าส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร (2) <u>อาหารสัตว์เลี้ยง</u> 3,276.3 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 13.44% (3) <u>ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ</u> 3,155.2 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 12.94% (4) <u>น้ำตาลทราย</u> 2,680.8 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 11.00% และ (5) <u>ผลไม้กระป๋องและแปรรูป</u> 2,455.0 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 10.07% รวม 5 อันดับแรก คิดเป็นสัดส่วน 63.08% ของการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรทั้งหมด<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;- <strong>ตลาดส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรที่มีมูลค่าสูงสุด 5 อันดับแรก</strong> คือ (1) <u>สหรัฐฯ</u> มูลค่า 3,771.1 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 15.47% ของมูลค่าส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร (2) <u>จีน</u> 1,818.8 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 7.46% (3) <u>ญี่ปุ่น</u> 1,677.2 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 6.88% (4) <u>อินเดีย</u> 1,541.2 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 6.32% และ (5) <u>เมียนมา</u> 1,237.1 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 5.07% รวม 5 อันดับแรก คิดเป็นสัดส่วน 41.20% ของการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรทั้งหมด&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;- <strong>สินค้าอุตสาหกรรมเกษตรที่มูลค่าการส่งออกขยายตัวสูงสุด 5 อันดับแรก</strong> (พิจารณาจากสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรที่มีมูลค่าส่งออกสูงสุด 20 อันดับแรก) (1) <u>กากน้ำตาล</u> ขยายตัว 48.0% (2) <u>ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์</u> 41.9% (3) <u>โกโก้และของปรุงแต่ง</u> 27.4% (4) <u>ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ</u> 17.9% และ (5) <u>ผลไม้กระป๋องและแปรรูป</u> 15.8%&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;- <strong>สินค้าอุตสาหกรรมเกษตรที่มูลค่าการส่งออกหดตัวสูงสุด 5 อันดับแรก</strong> (พิจารณาจากสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรที่มีมูลค่าส่งออกสูงสุด 20 อันดับแรก) (1) <u>เนื้อสัตว์และของปรุงแต่งที่ทำจากเนื้อสัตว์</u> หดตัว 13.6% (2) <u>เครื่องดื่ม</u> 4.0% (3) <u>ซุปและอาหารปรุงแต่ง</u> 3.8% (4) <u>นมและผลิตภัณฑ์นม</u> 3.3% และ (5) <u>อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป</u> 0.9%<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;- <strong>ตลาดส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรที่มูลค่าการส่งออกขยายตัวสูงสุด 5 อันดับแรก</strong> &nbsp;(พิจารณาจากตลาดที่มีมูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรสูงสุด 20 อันดับแรก) (1) <u>อินเดีย</u> ขยายตัว 53.5% (2) <u>ฟิลิปปินส์</u> 21.4% (3) <u>อินโดนีเซีย</u> 18.0% (4) <u>เมียนมา</u> 15.6% และ (5) เ<u>นเธอร์แลนด์</u> 12.8%&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;- <strong>ตลาดส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรที่มูลค่าการส่งออกหดตัวสูงสุด 5 อันดับแรก</strong> (พิจารณาจากตลาดที่มีมูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรสูงที่สุด 20 อันดับแรก) ได้แก่ (1) <u>กัมพูชา</u> หดตัว 30.6% (2) <u>จีน</u> 21.2% (3) <u>สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์</u> 11.3% (4) <u>ญี่ปุ่น</u> 2.4% และ (5) <u>สิงคโปร์</u> 1.9%&nbsp;<br />
&emsp;<br />
<strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ส่วนที่ 2: การส่งออกสินค้าเกษตร (สินค้ากสิกรรม สินค้าปศุสัตว์ และสินค้าประมง)</strong> ปี 2568 ไทยเผชิญความท้าทายแต่ยังมีโอกาสในสินค้าเฉพาะกลุ่ม โดยการส่งออกสินค้าเกษตรมีมูลค่า 27,691.4 ล้านเหรียญสหรัฐ (909,125 ล้านบาท) หดตัว 4.1% หลังจากขยายตัวต่อเนื่อง 4 ปี (ตั้งแต่ปี 2564 - 2567)&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;- <strong>สินค้าเกษตรที่มีมูลค่าส่งออกสูงสุด 5 อันดับแรก</strong> คือ (1) <u>ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง</u> มูลค่า 6,507.0 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 23.50% ของมูลค่าส่งออกสินค้าเกษตร (2) <u>ยางพารา</u> 5,013.4 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 18.10% (3) <u>ไก่</u> (สดแช่เย็นแช่แข็ง และแปรรูป) 4,588.2 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 16.57% (4) <u>ข้าว</u> 4,516.2 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 16.31% และ (5) <u>ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง</u> 2,888.7 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 10.43% รวม 5 อันดับแรก มีสัดส่วน 84.91% ของการส่งออกสินค้าเกษตรทั้งหมด<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;- &nbsp;<strong>ตลาดส่งออกสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าสูงสุด 5 อันดับแรก</strong> คือ (1) <u>จีน</u> มูลค่า 10,535.4 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 38.05% ของมูลค่าส่งออกสินค้าเกษตร (2) <u>ญี่ปุ่น</u> 3,389.6 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 12.24% (3) <u>สหรัฐฯ</u> 1,779.7 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 6.43% (4) <u>มาเลเซีย</u> 1,280.8 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 4.63% และ (5) <u>สหราชอาณาจักร</u> 1,036.0 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 3.74% รวม 5 อันดับแรก มีสัดส่วน 65.08% ของการส่งออกสินค้าเกษตรทั้งหมด&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;- <strong>สินค้าเกษตรที่มูลค่าการส่งออกขยายตัวสูงสุด 5 อันดับแรก</strong> (พิจารณาจากสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าการส่งออกสูงสุด 20 อันดับแรก) ได้แก่ (1) <u>พืชน้ำมัน</u> ขยายตัว 121.1% (2) <u>ข้าวโพด</u> 41.1% (3) เ<u>ครื่องเทศและสมุนไพร</u> 37.2% (4) เ<u>มล็ด ผลและสปอร์ ชนิดที่ใช้ในการเพาะปลูก</u> 13.7% และ (5) <u>กล้วยไม้</u> 12.9%&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;- <strong>สินค้าเกษตรที่มูลค่าการส่งออกหดตัวสูงสุด 5 อันดับแรก</strong> (พิจารณาจากสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าการส่งออกสูงสุด 20 อันดับแรก) ได้แก่ (1) <u>ข้าว</u> หดตัว 30.0% (2) ป<u>ลาสด แช่เย็นแช่แข็ง</u> 8.6% (3) <u>ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง</u> 8.2% (4) <u>เนื้อปลาสด แช่เย็น แช่แข็ง</u> 6.2% และ (5) <u>ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง</u> หดตัว 0.1%<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - <strong>ตลาดส่งออกสินค้าเกษตรที่มูลค่าการส่งออกขยายตัวสูงสุด 5 อันดับแรก</strong> (พิจารณาจากตลาดที่มีมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรสูงที่สุด 20 อันดับแรก) ได้แก่ (1) <u>เมียนมา</u> ขยายตัว 61.9% (2) <u>เวียดนาม</u> 53.9% (3) <u>เนเธอร์แลนด์</u> 24.5% (4) <u>สปป.ลาว</u> 19.8% และ (5) <u>แคนาดา</u> 17.0%&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - <strong>ตลาดส่งออกสินค้าเกษตรที่มูลค่าการส่งออกหดตัวสูงสุด 5 อันดับแรก</strong> (พิจารณาจากตลาดที่มีมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรสูงที่สุด 20 อันดับแรก) ได้แก่ (1) <u>อินโดนีเซีย</u> หดตัว 68.1% (2) <u>ฟิลิปปินส์</u> 46.6% (3) <u>อิรัก</u> 29.5% (4) <u>แอฟริกาใต้</u> 23.2% และ (5) <u>ไต้หวัน</u> 11.3%</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong> เจาะลึกประเด็นสำคัญและทิศทางการค้าเกษตรไทย ปี 2568</strong> ดังนี้<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;<strong>(1) ภาพรวมปี 2568</strong> แม้มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรของไทยจะหดตัวที่ 4.1% หลังจากขยายตัวต่อเนื่องตลอด 4 ปีที่ผ่านมา แต่การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรกลับขยายตัวได้ถึง 4.1% ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนว่า สินค้าอุตสาหกรรมเกษตรได้ก้าวขึ้นมาเป็น &ldquo;เครื่องยนต์หลัก&rdquo; ของภาคเกษตรไทยในปีนี้ โดยมีสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่มเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ อาทิ อาหารสัตว์เลี้ยง ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูป น้ำตาลทราย ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ รวมถึงสิ่งปรุงรสอาหาร ทั้งนี้ สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนโอกาสของไทยในการเร่งส่งเสริมการผลิตและการส่งออกสินค้าเกษตรมูลค่าสูง และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งปรับบทบาทจากการส่งออก &ldquo;วัตถุดิบ&rdquo; ไปสู่สินค้า &ldquo;มูลค่าเพิ่ม&rdquo; มากขึ้น<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;<strong>(2) ด้านตลาดส่งออก</strong> จีนยังคงเป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรหลักของไทย คิดเป็นสัดส่วน 23.72% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด อย่างไรก็ตาม มูลค่าการส่งออกไปจีนหดตัวที่ 0.2% ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนสัญญาณความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดหลักเพียงตลาดเดียว ขณะเดียวกัน ยังพบสัญญาณเชิงบวกจากตลาดดาวรุ่งอย่างอินเดีย ซึ่งการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรของไทยขยายตัวสูงถึง 53.5% และขยับอันดับขึ้นมาเป็นตลาดส่งออกสำคัญอันดับที่ 4 ของไทย (อยู่ในอันดับ 8 ในปี 2567) โดยมีสินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ (ขยายตัว 68.3%) อาหารสัตว์เลี้ยง (ขยายตัว 11.5%) และสิ่งปรุงรสอาหาร (ขยายตัว 21.1%) นอกจากนี้ ยังพบภาพตลาดที่เติบโตสวนทางอย่างอินโดนีเซีย ซึ่งแม้การส่งออกสินค้าเกษตรจะหดตัวสูงจากสินค้าหลักหลายรายการ แต่การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรกลับขยายตัวได้ต่อเนื่อง จึงควรเร่งส่งเสริมศักยภาพในการแปรรูปและเพิ่มมูลค่าเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;<strong>(3) โครงสร้างสินค้าเกษตรส่งออก</strong> พบว่า สินค้าเกษตรโภคภัณฑ์หลักของไทยเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยข้าว ซึ่งเคยเป็นสินค้าเกษตรส่งออกมูลค่าสูงอันดับที่ 2 ในช่วงปี 2566&ndash;2567 ลดอันดับลงมาอยู่ที่อันดับที่ 4 ในปีนี้ และมีมูลค่าการส่งออกหดตัวถึง 30.0% ขณะที่ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ซึ่งเคยอยู่อันดับที่ 5 ก็หดตัวเช่นกัน สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนความท้าทายเชิงโครงสร้างของภาคเกษตรไทย และตอกย้ำความจำเป็นในการเร่งปรับโครงสร้างการส่งออก ยกระดับสินค้าเกษตรหลักให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลก โดยเฉพาะตลาดเฉพาะ (Niche Market) ควบคู่กับการลดการพึ่งพาการแข่งขันด้านปริมาณเป็นหลัก เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนในระยะยาว</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ผอ.สนค. กล่าวทิ้งท้ายว่า แม้ภาพรวมการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรของไทยจะหดตัวเล็กน้อยที่ 0.4% แต่พบสัญญาณบวกที่สำคัญจากการปรับตัวของสินค้าไทยสู่สินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรที่ยังคงขยายตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนถึงทิศทางการยกระดับโครงสร้างการส่งออกสินค้าของไทย ทั้งนี้ ควรเร่งผลักดันสินค้าเกษตรที่ตอบโจทย์เทรนด์ตลาดโลกควบคู่ไปกับการกระจายความเสี่ยงด้านสินค้าและตลาด (Diversification) เพื่อลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป และสร้างภูมิคุ้มกันให้ภาคเกษตรไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่งและมั่นคงในเวทีการค้าโลก</p>

ดาวน์โหลดข้อมูลฉบับเต็ม: 

          นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยสถิติการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรไทย ปี 2568 มีมูลค่ารวม 52,072.3 ล้านเหรียญสหรัฐ (1,709,075 ล้านบาท) โดยในภาพรวมหดตัวเล็กน้อยที่ 0.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสินค้าเกษตรหดตัว 4.1% ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมเกษตรขยายตัว 4.1% เติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนศักยภาพของไทยในการปรับตัวจากการขายวัตถุดิบสู่สินค้าแปรรูปที่มีมูลค่าเพิ่ม โดยมีสถิติสำคัญแบ่งเป็น 2 ส่วน ดังนี้

          ส่วนที่ 1: การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ไทยส่งออกเป็นมูลค่า 24,381.0 ล้านเหรียญสหรัฐ (799,950 ล้านบาท) ขยายตัว 4.1% 
          - สินค้าอุตสาหกรรมเกษตรที่มีมูลค่าส่งออกสูงสุด 5 อันดับแรก คือ (1) อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป มูลค่า 3,811.9 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 15.63% ของมูลค่าส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร (2) อาหารสัตว์เลี้ยง 3,276.3 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 13.44% (3) ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ 3,155.2 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 12.94% (4) น้ำตาลทราย 2,680.8 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 11.00% และ (5) ผลไม้กระป๋องและแปรรูป 2,455.0 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 10.07% รวม 5 อันดับแรก คิดเป็นสัดส่วน 63.08% ของการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรทั้งหมด
          - ตลาดส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรที่มีมูลค่าสูงสุด 5 อันดับแรก คือ (1) สหรัฐฯ มูลค่า 3,771.1 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 15.47% ของมูลค่าส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร (2) จีน 1,818.8 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 7.46% (3) ญี่ปุ่น 1,677.2 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 6.88% (4) อินเดีย 1,541.2 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 6.32% และ (5) เมียนมา 1,237.1 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 5.07% รวม 5 อันดับแรก คิดเป็นสัดส่วน 41.20% ของการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรทั้งหมด 
          - สินค้าอุตสาหกรรมเกษตรที่มูลค่าการส่งออกขยายตัวสูงสุด 5 อันดับแรก (พิจารณาจากสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรที่มีมูลค่าส่งออกสูงสุด 20 อันดับแรก) (1) กากน้ำตาล ขยายตัว 48.0% (2) ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ 41.9% (3) โกโก้และของปรุงแต่ง 27.4% (4) ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ 17.9% และ (5) ผลไม้กระป๋องและแปรรูป 15.8% 
          - สินค้าอุตสาหกรรมเกษตรที่มูลค่าการส่งออกหดตัวสูงสุด 5 อันดับแรก (พิจารณาจากสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรที่มีมูลค่าส่งออกสูงสุด 20 อันดับแรก) (1) เนื้อสัตว์และของปรุงแต่งที่ทำจากเนื้อสัตว์ หดตัว 13.6% (2) เครื่องดื่ม 4.0% (3) ซุปและอาหารปรุงแต่ง 3.8% (4) นมและผลิตภัณฑ์นม 3.3% และ (5) อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป 0.9%
          - ตลาดส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรที่มูลค่าการส่งออกขยายตัวสูงสุด 5 อันดับแรก  (พิจารณาจากตลาดที่มีมูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรสูงสุด 20 อันดับแรก) (1) อินเดีย ขยายตัว 53.5% (2) ฟิลิปปินส์ 21.4% (3) อินโดนีเซีย 18.0% (4) เมียนมา 15.6% และ (5) เนเธอร์แลนด์ 12.8% 
          - ตลาดส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรที่มูลค่าการส่งออกหดตัวสูงสุด 5 อันดับแรก (พิจารณาจากตลาดที่มีมูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรสูงที่สุด 20 อันดับแรก) ได้แก่ (1) กัมพูชา หดตัว 30.6% (2) จีน 21.2% (3) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 11.3% (4) ญี่ปุ่น 2.4% และ (5) สิงคโปร์ 1.9% 

          ส่วนที่ 2: การส่งออกสินค้าเกษตร (สินค้ากสิกรรม สินค้าปศุสัตว์ และสินค้าประมง) ปี 2568 ไทยเผชิญความท้าทายแต่ยังมีโอกาสในสินค้าเฉพาะกลุ่ม โดยการส่งออกสินค้าเกษตรมีมูลค่า 27,691.4 ล้านเหรียญสหรัฐ (909,125 ล้านบาท) หดตัว 4.1% หลังจากขยายตัวต่อเนื่อง 4 ปี (ตั้งแต่ปี 2564 - 2567) 
           - สินค้าเกษตรที่มีมูลค่าส่งออกสูงสุด 5 อันดับแรก คือ (1) ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง มูลค่า 6,507.0 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 23.50% ของมูลค่าส่งออกสินค้าเกษตร (2) ยางพารา 5,013.4 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 18.10% (3) ไก่ (สดแช่เย็นแช่แข็ง และแปรรูป) 4,588.2 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 16.57% (4) ข้าว 4,516.2 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 16.31% และ (5) ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง 2,888.7 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 10.43% รวม 5 อันดับแรก มีสัดส่วน 84.91% ของการส่งออกสินค้าเกษตรทั้งหมด
           -  ตลาดส่งออกสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าสูงสุด 5 อันดับแรก คือ (1) จีน มูลค่า 10,535.4 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 38.05% ของมูลค่าส่งออกสินค้าเกษตร (2) ญี่ปุ่น 3,389.6 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 12.24% (3) สหรัฐฯ 1,779.7 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 6.43% (4) มาเลเซีย 1,280.8 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 4.63% และ (5) สหราชอาณาจักร 1,036.0 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 3.74% รวม 5 อันดับแรก มีสัดส่วน 65.08% ของการส่งออกสินค้าเกษตรทั้งหมด 
           - สินค้าเกษตรที่มูลค่าการส่งออกขยายตัวสูงสุด 5 อันดับแรก (พิจารณาจากสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าการส่งออกสูงสุด 20 อันดับแรก) ได้แก่ (1) พืชน้ำมัน ขยายตัว 121.1% (2) ข้าวโพด 41.1% (3) เครื่องเทศและสมุนไพร 37.2% (4) เมล็ด ผลและสปอร์ ชนิดที่ใช้ในการเพาะปลูก 13.7% และ (5) กล้วยไม้ 12.9% 
           - สินค้าเกษตรที่มูลค่าการส่งออกหดตัวสูงสุด 5 อันดับแรก (พิจารณาจากสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าการส่งออกสูงสุด 20 อันดับแรก) ได้แก่ (1) ข้าว หดตัว 30.0% (2) ปลาสด แช่เย็นแช่แข็ง 8.6% (3) ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง 8.2% (4) เนื้อปลาสด แช่เย็น แช่แข็ง 6.2% และ (5) ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง หดตัว 0.1%
          - ตลาดส่งออกสินค้าเกษตรที่มูลค่าการส่งออกขยายตัวสูงสุด 5 อันดับแรก (พิจารณาจากตลาดที่มีมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรสูงที่สุด 20 อันดับแรก) ได้แก่ (1) เมียนมา ขยายตัว 61.9% (2) เวียดนาม 53.9% (3) เนเธอร์แลนด์ 24.5% (4) สปป.ลาว 19.8% และ (5) แคนาดา 17.0% 
          - ตลาดส่งออกสินค้าเกษตรที่มูลค่าการส่งออกหดตัวสูงสุด 5 อันดับแรก (พิจารณาจากตลาดที่มีมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรสูงที่สุด 20 อันดับแรก) ได้แก่ (1) อินโดนีเซีย หดตัว 68.1% (2) ฟิลิปปินส์ 46.6% (3) อิรัก 29.5% (4) แอฟริกาใต้ 23.2% และ (5) ไต้หวัน 11.3%

          เจาะลึกประเด็นสำคัญและทิศทางการค้าเกษตรไทย ปี 2568 ดังนี้
          (1) ภาพรวมปี 2568 แม้มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรของไทยจะหดตัวที่ 4.1% หลังจากขยายตัวต่อเนื่องตลอด 4 ปีที่ผ่านมา แต่การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรกลับขยายตัวได้ถึง 4.1% ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนว่า สินค้าอุตสาหกรรมเกษตรได้ก้าวขึ้นมาเป็น “เครื่องยนต์หลัก” ของภาคเกษตรไทยในปีนี้ โดยมีสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่มเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ อาทิ อาหารสัตว์เลี้ยง ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูป น้ำตาลทราย ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ รวมถึงสิ่งปรุงรสอาหาร ทั้งนี้ สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนโอกาสของไทยในการเร่งส่งเสริมการผลิตและการส่งออกสินค้าเกษตรมูลค่าสูง และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งปรับบทบาทจากการส่งออก “วัตถุดิบ” ไปสู่สินค้า “มูลค่าเพิ่ม” มากขึ้น
          (2) ด้านตลาดส่งออก จีนยังคงเป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรหลักของไทย คิดเป็นสัดส่วน 23.72% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด อย่างไรก็ตาม มูลค่าการส่งออกไปจีนหดตัวที่ 0.2% ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนสัญญาณความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดหลักเพียงตลาดเดียว ขณะเดียวกัน ยังพบสัญญาณเชิงบวกจากตลาดดาวรุ่งอย่างอินเดีย ซึ่งการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรของไทยขยายตัวสูงถึง 53.5% และขยับอันดับขึ้นมาเป็นตลาดส่งออกสำคัญอันดับที่ 4 ของไทย (อยู่ในอันดับ 8 ในปี 2567) โดยมีสินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ (ขยายตัว 68.3%) อาหารสัตว์เลี้ยง (ขยายตัว 11.5%) และสิ่งปรุงรสอาหาร (ขยายตัว 21.1%) นอกจากนี้ ยังพบภาพตลาดที่เติบโตสวนทางอย่างอินโดนีเซีย ซึ่งแม้การส่งออกสินค้าเกษตรจะหดตัวสูงจากสินค้าหลักหลายรายการ แต่การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรกลับขยายตัวได้ต่อเนื่อง จึงควรเร่งส่งเสริมศักยภาพในการแปรรูปและเพิ่มมูลค่าเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย
          (3) โครงสร้างสินค้าเกษตรส่งออก พบว่า สินค้าเกษตรโภคภัณฑ์หลักของไทยเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยข้าว ซึ่งเคยเป็นสินค้าเกษตรส่งออกมูลค่าสูงอันดับที่ 2 ในช่วงปี 2566–2567 ลดอันดับลงมาอยู่ที่อันดับที่ 4 ในปีนี้ และมีมูลค่าการส่งออกหดตัวถึง 30.0% ขณะที่ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ซึ่งเคยอยู่อันดับที่ 5 ก็หดตัวเช่นกัน สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนความท้าทายเชิงโครงสร้างของภาคเกษตรไทย และตอกย้ำความจำเป็นในการเร่งปรับโครงสร้างการส่งออก ยกระดับสินค้าเกษตรหลักให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลก โดยเฉพาะตลาดเฉพาะ (Niche Market) ควบคู่กับการลดการพึ่งพาการแข่งขันด้านปริมาณเป็นหลัก เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนในระยะยาว

          ผอ.สนค. กล่าวทิ้งท้ายว่า แม้ภาพรวมการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรของไทยจะหดตัวเล็กน้อยที่ 0.4% แต่พบสัญญาณบวกที่สำคัญจากการปรับตัวของสินค้าไทยสู่สินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรที่ยังคงขยายตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนถึงทิศทางการยกระดับโครงสร้างการส่งออกสินค้าของไทย ทั้งนี้ ควรเร่งผลักดันสินค้าเกษตรที่ตอบโจทย์เทรนด์ตลาดโลกควบคู่ไปกับการกระจายความเสี่ยงด้านสินค้าและตลาด (Diversification) เพื่อลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป และสร้างภูมิคุ้มกันให้ภาคเกษตรไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่งและมั่นคงในเวทีการค้าโลก

เผยแพร่เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569