ดัชนีราคาผู้ผลิตของไทย เดือนพฤษภาคม 2569 ขยายตัวในอัตราที่ชะลอตัวลง จากแรงกดดันของราคาพลังงานในตลาดโลก

ดัชนีราคาผู้ผลิตของไทย เดือนพฤษภาคม 2569 ขยายตัวในอัตราที่ชะลอตัวลง จากแรงกดดันของราคาพลังงานในตลาดโลก

avatar

Administrator


94


<p><strong>ดาวน์โหลดข้อมูลฉบับเต็ม:&nbsp;</strong><a href="https://uploads.tpso.go.th/editor/pdf/1781143879_a1007b066ffae09087a9.pdf" target="_blank">1781143879_a1007b066ffae09087a9.pdf</a><br />
<br />
<strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</strong>นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) เผยว่า <strong>ดัชนีราคาผู้ผลิตของไทย เดือนพฤษภาคม 2569 ขยายตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีปัจจัยสำคัญจาก</strong>การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานในตลาดโลก ส่งผลให้<strong>หมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง </strong>และ<strong>หมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม</strong> ขยับสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง และทองคำ และ<strong>หมวดผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร</strong> ที่ปรับตัวสูงขึ้นจากผลผลิตสำคัญบางรายการที่เป็นวัตถุดิบเกี่ยวเนื่องในภาคอุตสาหกรรม โดยมีรายละเอียด ดังนี้&nbsp;</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>ดัชนีราคาผู้ผลิต เดือนพฤษภาคม 2569 เท่ากับ 116.0 เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2568 สูงขึ้นร้อยละ 8.5 (YoY) เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้า หมวดผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมและการประมง สูงขึ้นร้อยละ 3.6</strong> จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ ได้แก่ หัวมันสำปะหลังสด จากปริมาณผลผลิตที่นำเข้าผ่านชายแดนลดลง ยางพารา จากผลกระทบของความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้ความต้องการวัตถุดิบทดแทนในอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องสูงขึ้น และผลปาล์มสดจากราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลกที่สูงขึ้นตามสถานการณ์ราคาพลังงานโลก สำหรับสินค้าที่ราคาปรับลดลง ได้แก่ ข้าวเปลือก จากราคาส่งออกที่ยังคงหดตัวตามการแข่งขันในตลาดโลกที่สูง อ้อย จากฐานราคาในปีก่อนที่สูง ประกอบกับผลผลิตในปีนี้มีปริมาณสูง ผลไม้ (ทุเรียน สับปะรด มะพร้าว) จากปริมาณผลผลิตสูง ประกอบกับตลาดปรับลดราคารับซื้อ สุกรมีชีวิต และกุ้งแวนนาไม จากปริมาณผลผลิตสูง ในขณะที่ความต้องการบริโภคลดลงตามภาวะเศรษฐกิจในภาพรวม <strong>หมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง สูงขึ้นร้อยละ 14.1</strong> จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ ได้แก่ น้ำมันปิโตรเลียมดิบ และก๊าซธรรมชาติ ตามทิศทางราคาพลังงานในตลาดโลกจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังส่งผลให้ราคาปรับสูงขึ้น สินแร่โลหะ จากอุปทานในตลาดโลกมีจำกัด ประกอบกับความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยียังคงมีอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งผลกระทบจากต้นทุนด้านพลังงานส่งผลให้ต้นทุนปรับสูงขึ้น และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ได้จากการทำเหมือง จากความต้องการในภาคก่อสร้าง ประกอบกับต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่ปรับสูงขึ้น <strong>หมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สูงขึ้นร้อยละ 9.0</strong> จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ ประกอบด้วย กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกส่งผลต่อความเสี่ยงด้านอุปทาน และต้นทุนการขนส่งในตลาดโลก กลุ่มเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เคมี จากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น และข้อจำกัดด้านการขนส่งวัตถุดิบ กลุ่มผลิตภัณฑ์ยางและพลาสติก จากปัจจัยด้านอุปทาน และการปรับเพิ่มขึ้นตามราคาปิโตรเคมี และผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอื่น ๆ (ทองคำ) จากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก&nbsp;</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>แนวโน้มดัชนีราคาผู้ผลิต เดือนมิถุนายน 2569 มีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง</strong> จากต้นทุนการผลิตโดยรวมยังคงอยู่ในระดับสูงตามราคาพลังงานในตลาดโลกที่ยังทรงตัวในระดับสูงแม้ว่าความผันผวนจะลดลง และต้นทุนด้านโลจิสติกส์และค่าขนส่งที่คาดว่าจะไม่ปรับตัวลงในระยะหนึ่ง อย่างไรก็ตาม จากภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ขยายตัวช้าและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังอ่อนแอทำให้การส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังราคาสินค้ายังทำได้อย่างจำกัด อีกทั้ง การแข่งขันด้านราคาทั้งตลาดในประเทศและตลาดส่งออกยังคงเป็นปัจจัยกดดันให้ผู้ประกอบการไม่สามารถปรับราคาสินค้าได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้การขยายตัวของดัชนีราคาผู้ผลิตมีแนวโน้มที่จะชะลอลง&nbsp;<br />
<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>นายนันทพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong> การที่ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนพฤษภาคม 2569 ในภาพรวมปรับตัวสูงขึ้นเป็นผลสืบเนื่องจากราคาพลังงานในตลาดโลกที่ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศชะลอการปรับลดราคาลง และผู้ประกอบการขนส่งทยอยปรับราคาขึ้นเพื่อสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของราคาพลังงานในระยะยาว กระทบต่อต้นทุนในภาคการผลิตของหลายอุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญ&nbsp;</p>

ดาวน์โหลดข้อมูลฉบับเต็ม: 

          นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) เผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิตของไทย เดือนพฤษภาคม 2569 ขยายตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีปัจจัยสำคัญจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานในตลาดโลก ส่งผลให้หมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง และหมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ขยับสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง และทองคำ และหมวดผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ที่ปรับตัวสูงขึ้นจากผลผลิตสำคัญบางรายการที่เป็นวัตถุดิบเกี่ยวเนื่องในภาคอุตสาหกรรม โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 

          ดัชนีราคาผู้ผลิต เดือนพฤษภาคม 2569 เท่ากับ 116.0 เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2568 สูงขึ้นร้อยละ 8.5 (YoY) เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้า หมวดผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมและการประมง สูงขึ้นร้อยละ 3.6 จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ ได้แก่ หัวมันสำปะหลังสด จากปริมาณผลผลิตที่นำเข้าผ่านชายแดนลดลง ยางพารา จากผลกระทบของความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้ความต้องการวัตถุดิบทดแทนในอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องสูงขึ้น และผลปาล์มสดจากราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลกที่สูงขึ้นตามสถานการณ์ราคาพลังงานโลก สำหรับสินค้าที่ราคาปรับลดลง ได้แก่ ข้าวเปลือก จากราคาส่งออกที่ยังคงหดตัวตามการแข่งขันในตลาดโลกที่สูง อ้อย จากฐานราคาในปีก่อนที่สูง ประกอบกับผลผลิตในปีนี้มีปริมาณสูง ผลไม้ (ทุเรียน สับปะรด มะพร้าว) จากปริมาณผลผลิตสูง ประกอบกับตลาดปรับลดราคารับซื้อ สุกรมีชีวิต และกุ้งแวนนาไม จากปริมาณผลผลิตสูง ในขณะที่ความต้องการบริโภคลดลงตามภาวะเศรษฐกิจในภาพรวม หมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง สูงขึ้นร้อยละ 14.1 จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ ได้แก่ น้ำมันปิโตรเลียมดิบ และก๊าซธรรมชาติ ตามทิศทางราคาพลังงานในตลาดโลกจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังส่งผลให้ราคาปรับสูงขึ้น สินแร่โลหะ จากอุปทานในตลาดโลกมีจำกัด ประกอบกับความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยียังคงมีอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งผลกระทบจากต้นทุนด้านพลังงานส่งผลให้ต้นทุนปรับสูงขึ้น และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ได้จากการทำเหมือง จากความต้องการในภาคก่อสร้าง ประกอบกับต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่ปรับสูงขึ้น หมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สูงขึ้นร้อยละ 9.0 จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ ประกอบด้วย กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกส่งผลต่อความเสี่ยงด้านอุปทาน และต้นทุนการขนส่งในตลาดโลก กลุ่มเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เคมี จากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น และข้อจำกัดด้านการขนส่งวัตถุดิบ กลุ่มผลิตภัณฑ์ยางและพลาสติก จากปัจจัยด้านอุปทาน และการปรับเพิ่มขึ้นตามราคาปิโตรเคมี และผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอื่น ๆ (ทองคำ) จากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก 

          แนวโน้มดัชนีราคาผู้ผลิต เดือนมิถุนายน 2569 มีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง จากต้นทุนการผลิตโดยรวมยังคงอยู่ในระดับสูงตามราคาพลังงานในตลาดโลกที่ยังทรงตัวในระดับสูงแม้ว่าความผันผวนจะลดลง และต้นทุนด้านโลจิสติกส์และค่าขนส่งที่คาดว่าจะไม่ปรับตัวลงในระยะหนึ่ง อย่างไรก็ตาม จากภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ขยายตัวช้าและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังอ่อนแอทำให้การส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังราคาสินค้ายังทำได้อย่างจำกัด อีกทั้ง การแข่งขันด้านราคาทั้งตลาดในประเทศและตลาดส่งออกยังคงเป็นปัจจัยกดดันให้ผู้ประกอบการไม่สามารถปรับราคาสินค้าได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้การขยายตัวของดัชนีราคาผู้ผลิตมีแนวโน้มที่จะชะลอลง 

          นายนันทพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนพฤษภาคม 2569 ในภาพรวมปรับตัวสูงขึ้นเป็นผลสืบเนื่องจากราคาพลังงานในตลาดโลกที่ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศชะลอการปรับลดราคาลง และผู้ประกอบการขนส่งทยอยปรับราคาขึ้นเพื่อสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของราคาพลังงานในระยะยาว กระทบต่อต้นทุนในภาคการผลิตของหลายอุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญ 

เผยแพร่เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569