ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนพฤษภาคม 2569 ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง จากแรงกดดันด้านพลังงานและอุปทานโลกตึงตัว

ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนพฤษภาคม 2569 ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง จากแรงกดดันด้านพลังงานและอุปทานโลกตึงตัว

avatar

Administrator


159


<p><strong>ดาวน์โหลดข้อมูลฉบับเต็ม:&nbsp;</strong><a href="https://uploads.tpso.go.th/editor/pdf/1781488978_b55a9406e4314d8f5ca4.pdf" target="_blank">1781488978_b55a9406e4314d8f5ca4.pdf</a></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) เผยว่า <strong>ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนพฤษภาคม 2569 เท่ากับ 113.8 เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2568 (YoY) สูงขึ้นร้อยละ 7.2</strong> เนื่องจากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งอยู่ในระดับสูง ผู้ประกอบการจึงทยอยปรับราคาสินค้าสูงขึ้นตามห่วงโซ่อุปทานส่งผลให้ดัชนีราคาสูงขึ้นทุกหมวด โดยมีรายละเอียดดังนี้</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>หมวดไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ สูงขึ้นร้อยละ 1.7</strong> จากการสูงขึ้นของบานหน้าต่าง &nbsp;บานประตู &nbsp;ไม้แบบ วงกบหน้าต่าง และไม้โครงคร่าว จากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งปรับสูงขึ้นจากราคาน้ำมัน<strong> หมวดซีเมนต์ สูงขึ้นร้อยละ 2.4</strong> จากการสูงขึ้นของปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ปูนซีเมนต์ผสม และปูนซีเมนต์สำเร็จรูป จากต้นทุนราคาพลังงานปรับสูงขึ้น (ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ) เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง <strong>หมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต สูงขึ้นร้อยละ 9.5</strong> จากการสูงขึ้นของคอนกรีตผสมเสร็จ คานคอนกรีตสำเร็จรูป และพื้นคอนกรีตสำเร็จรูปอัดแรง เนื่องจากราคาวัตถุดิบ (ซีเมนต์ หิน ทราย) และค่าขนส่งที่ปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดีเซล <strong>หมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก สูงขึ้นร้อยละ 5.4</strong> จากการสูงขึ้นของท่อเหล็กดำ เหล็กตัวซี ท่อสเตนเลส และลวดเหล็กเสริมคอนกรีตอัดแรง สูงขึ้นจากต้นทุนค่าระวางเรือระหว่างประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและเส้นทางเดินเรือทะเลแดงจึงส่งผลให้ราคาวัตถุดิบ (บิลเล็ต และเศษเหล็ก) ที่ต้องนำเข้าสูงขึ้น <strong>หมวดกระเบื้อง สูงขึ้นร้อยละ 2.7</strong> จากการสูงขึ้นของกระเบื้องเคลือบปูพื้น กระเบื้องคอนกรีตมุงหลังคา และแผ่นหลังคาโปร่งแสง เนื่องจากราคาพลังงาน (ก๊าซธรรมชาติ) และวัตถุดิบ (สารเคลือบ แร่ซิลิกา) ปรับสูงขึ้น ผู้ประกอบการจึงทยอยปรับราคาเพื่อให้สะท้อนต้นทุนการผลิต หมวดวัสดุฉาบผิว สูงขึ้นร้อยละ 0.8 จากการสูงขึ้นของสีเคลือบน้ำมัน สีน้ำอะคริลิค ทาภายในและทาภายนอก สูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบ (ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี สารทำละลาย) <strong>หมวดสุขภัณฑ์ สูงขึ้นร้อยละ 0.1</strong> จากการสูงขึ้นของกระจกเงา ราวจับสเตนเลส &nbsp;และราวแขวนผ้าติดผนัง ตามการสูงขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะกระจกและสเตนเลสที่ปรับสูงขึ้น ประกอบกับความต้องการใช้ในงานตกแต่งและปรับปรุงที่อยู่อาศัย <strong>หมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา สูงขึ้นร้อยละ 13.5</strong> จากการสูงขึ้นของสายส่งกำลังไฟฟ้า NYY สายไฟฟ้า VCT สายเคเบิล THW และสายไฟฟ้า VAF ตามต้นทุนวัตถุดิบหลัก (ทองแดง) ที่ปรับสูงขึ้นตามราคาในตลาดโลกเป็นผลจากความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และพลังงานสะอาดทั่วโลก ขณะเดียวกันอุปทานทองแดงในโลกยังเผชิญปัญหาการหยุดชะงักของเหมืองในประเทศผู้ผลิตหลัก (ชิลีและเปรู) และ<strong>หมวดวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ สูงขึ้นร้อยละ 11.2 </strong>จากยางมะตอยซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นน้ำมันดิบ ราคาปรับสูงขึ้นเป็นอย่างมากตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นายนันทพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า<strong> แนวโน้มดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างในเดือนมิถุนายน 2569 คาดว่าจะยังขยายตัวต่อเนื่อง</strong> จากต้นทุนราคาวัตถุดิบ พลังงานและค่าขนส่งที่ยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับสถานการณ์ความขัดแย้งและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาคที่ยังส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าและห่วงโซ่อุปทานโลก ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบและวัสดุก่อสร้างหลายประเภทปรับตัวสูงขึ้น เช่น ทองแดง อะลูมิเนียม เหล็ก และท่อประปา เป็นต้น มีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง จากความต้องการใช้ในโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและการลงทุนด้านพลังงานสะอาด ประกอบกับบางประเทศ (จีน) มีมาตรการควบคุมการส่งออกสินค้าวัตถุดิบ เพื่อการใช้งานภายในประเทศ ส่งผลให้อุปทานในตลาดโลกอยู่ในภาวะตึงตัว ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง</p>

ดาวน์โหลดข้อมูลฉบับเต็ม: 

          นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) เผยว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนพฤษภาคม 2569 เท่ากับ 113.8 เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2568 (YoY) สูงขึ้นร้อยละ 7.2 เนื่องจากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งอยู่ในระดับสูง ผู้ประกอบการจึงทยอยปรับราคาสินค้าสูงขึ้นตามห่วงโซ่อุปทานส่งผลให้ดัชนีราคาสูงขึ้นทุกหมวด โดยมีรายละเอียดดังนี้

          หมวดไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ สูงขึ้นร้อยละ 1.7 จากการสูงขึ้นของบานหน้าต่าง  บานประตู  ไม้แบบ วงกบหน้าต่าง และไม้โครงคร่าว จากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งปรับสูงขึ้นจากราคาน้ำมัน หมวดซีเมนต์ สูงขึ้นร้อยละ 2.4 จากการสูงขึ้นของปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ปูนซีเมนต์ผสม และปูนซีเมนต์สำเร็จรูป จากต้นทุนราคาพลังงานปรับสูงขึ้น (ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ) เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง หมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต สูงขึ้นร้อยละ 9.5 จากการสูงขึ้นของคอนกรีตผสมเสร็จ คานคอนกรีตสำเร็จรูป และพื้นคอนกรีตสำเร็จรูปอัดแรง เนื่องจากราคาวัตถุดิบ (ซีเมนต์ หิน ทราย) และค่าขนส่งที่ปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดีเซล หมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก สูงขึ้นร้อยละ 5.4 จากการสูงขึ้นของท่อเหล็กดำ เหล็กตัวซี ท่อสเตนเลส และลวดเหล็กเสริมคอนกรีตอัดแรง สูงขึ้นจากต้นทุนค่าระวางเรือระหว่างประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและเส้นทางเดินเรือทะเลแดงจึงส่งผลให้ราคาวัตถุดิบ (บิลเล็ต และเศษเหล็ก) ที่ต้องนำเข้าสูงขึ้น หมวดกระเบื้อง สูงขึ้นร้อยละ 2.7 จากการสูงขึ้นของกระเบื้องเคลือบปูพื้น กระเบื้องคอนกรีตมุงหลังคา และแผ่นหลังคาโปร่งแสง เนื่องจากราคาพลังงาน (ก๊าซธรรมชาติ) และวัตถุดิบ (สารเคลือบ แร่ซิลิกา) ปรับสูงขึ้น ผู้ประกอบการจึงทยอยปรับราคาเพื่อให้สะท้อนต้นทุนการผลิต หมวดวัสดุฉาบผิว สูงขึ้นร้อยละ 0.8 จากการสูงขึ้นของสีเคลือบน้ำมัน สีน้ำอะคริลิค ทาภายในและทาภายนอก สูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบ (ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี สารทำละลาย) หมวดสุขภัณฑ์ สูงขึ้นร้อยละ 0.1 จากการสูงขึ้นของกระจกเงา ราวจับสเตนเลส  และราวแขวนผ้าติดผนัง ตามการสูงขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะกระจกและสเตนเลสที่ปรับสูงขึ้น ประกอบกับความต้องการใช้ในงานตกแต่งและปรับปรุงที่อยู่อาศัย หมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา สูงขึ้นร้อยละ 13.5 จากการสูงขึ้นของสายส่งกำลังไฟฟ้า NYY สายไฟฟ้า VCT สายเคเบิล THW และสายไฟฟ้า VAF ตามต้นทุนวัตถุดิบหลัก (ทองแดง) ที่ปรับสูงขึ้นตามราคาในตลาดโลกเป็นผลจากความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และพลังงานสะอาดทั่วโลก ขณะเดียวกันอุปทานทองแดงในโลกยังเผชิญปัญหาการหยุดชะงักของเหมืองในประเทศผู้ผลิตหลัก (ชิลีและเปรู) และหมวดวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ สูงขึ้นร้อยละ 11.2 จากยางมะตอยซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นน้ำมันดิบ ราคาปรับสูงขึ้นเป็นอย่างมากตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก

           นายนันทพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างในเดือนมิถุนายน 2569 คาดว่าจะยังขยายตัวต่อเนื่อง จากต้นทุนราคาวัตถุดิบ พลังงานและค่าขนส่งที่ยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับสถานการณ์ความขัดแย้งและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาคที่ยังส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าและห่วงโซ่อุปทานโลก ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบและวัสดุก่อสร้างหลายประเภทปรับตัวสูงขึ้น เช่น ทองแดง อะลูมิเนียม เหล็ก และท่อประปา เป็นต้น มีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง จากความต้องการใช้ในโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและการลงทุนด้านพลังงานสะอาด ประกอบกับบางประเทศ (จีน) มีมาตรการควบคุมการส่งออกสินค้าวัตถุดิบ เพื่อการใช้งานภายในประเทศ ส่งผลให้อุปทานในตลาดโลกอยู่ในภาวะตึงตัว ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง

เผยแพร่เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569