นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านรอบใหม่ ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากยืดเยื้ออาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออุปทานพลังงานโลกและภาวะเงินเฟ้อในหลายประเทศ สำหรับประเทศไทยแม้ที่ผ่านมาจะได้รับแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น แต่ด้วยการกำกับดูแลราคาพลังงานและค่าครองชีพของภาครัฐ ทำให้อัตราเงินเฟ้อในช่วงครึ่งปีแรกยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงนัก และสามารถรองรับความผันผวนระยะต่อไปได้โดยไม่ให้กระทบต่อค่าครองชีพจนน่ากังวล
ความขัดแย้งรอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งเมื่อนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศระหว่างเข้าร่วมประชุมองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ว่า บันทึกความเข้าใจ (MOU) รวมถึงข้อตกลงหยุดยิงที่สหรัฐฯ ลงนามร่วมกับอิหร่าน เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่ผ่านมา ได้สิ้นสุดลงแล้ว หลังจากทั้ง 2 ฝ่าย เปิดฉากโจมตีทางทหารในภูมิภาคตะวันออกกลาง ความขัดแย้งที่ยกระดับขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกกลับมาปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลว่า หากไม่สามารถหาข้อยุติได้โดยเร็ว ภาวะอุปทานพลังงานตึงตัวอาจเป็นปัจจัยหนุนให้หลายประเทศเผชิญกับภาวะเงินเฟ้ออีกครั้งตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ผลกระทบจากการปะทะในรอบแรกทำให้หลายประเทศรวมถึงสหรัฐฯ ต้องเผชิญกับภาวะราคาน้ำมันและภาวะเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ระดับเงินเฟ้อจะแตกต่างกันตามโครงสร้างการพึ่งพาพลังงาน และนโยบายการกำกับดูแลราคาพลังงานของแต่ละประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์จำเป็นต้องนำเข้าน้ำมันมากกว่าร้อยละ 90 จากตะวันออกกลาง ประกอบกับการอ่อนค่าต่อเนื่องของค่าเงินเปโซ ประชาชนในฟิลิปปินส์จึงมีภาระค่าน้ำมันค่อนข้างสูง ขณะที่มาเลเซีย เป็นประเทศผู้ส่งออกพลังงานสุทธิ (Net Energy Exporter) นำรายได้จากการขายน้ำมันมาอุดหนุนราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ ส่งผลให้ราคาสินค้าเชื้อเพลิงในดัชนีราคาผู้บริโภคปรับตัวสูงขึ้นไม่มากนัก
|
ประเทศ |
อัตราเงินเฟ้อครึ่งปีแรก 2569 เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน (AoA) |
อัตราเงินเฟ้อสินค้าเกี่ยวกับพลังงาน ครึ่งปีแรก 2569 (AoA)1 |
|
สหรัฐฯ |
+ 3.3 |
+ 11.8 |
|
สหภาพยุโรป |
+ 2.7 |
+ 4.9 |
|
ญี่ปุ่น |
+ 1.5 |
- 4.5 |
|
กัมพูชา (4 เดือน) |
+ 3.8 |
+ 13.3 |
|
บรูไน (5 เดือน) |
- 0.1 |
0.0 |
|
ฟิลิปปินส์ |
+ 4.8 |
+ 31.5 |
|
มาเลเซีย |
+ 1.8 |
+ 1.7 |
|
สปป.ลาว |
+ 8.0 |
+ 12.1 |
|
สิงคโปร์ |
+ 1.7 |
+ 10.9 |
|
อินโดนีเซีย |
+ 3.4 |
+ 7.7 |
|
ไทย |
+ 1.08 |
+ 4.9 |
ที่มา: CEIC (2026) ประมวลผลโดยสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า
ในส่วนของประเทศไทย ราคาพลังงานที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งรอบก่อนมีส่วนทำให้ต้นทุนฝั่งต้นน้ำของไทยสูงขึ้นชัดเจนในไตรมาสที่ 2 ของปี โดยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) สูงขึ้นร้อยละ 8.2 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (YoY) ส่วนดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน (RFTI) ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกันที่ร้อยละ 11.1 (YoY) แต่ด้วยนโยบายการกำกับดูแลราคาพลังงาน ที่มีส่วนช่วยให้ราคาพลังงานขายปลีกไม่ผันผวนรุนแรงจนกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อในไตรมาสดังกล่าวสูงขึ้นร้อยละ 2.70 (YoY) และภาพรวมเงินเฟ้อของไทยช่วงครึ่งปีแรกสูงขึ้นไม่มากนักที่ร้อยละ 1.08 (AoA) โดยกลุ่มพลังงานสูงขึ้นร้อยละ 4.92 (AoA)
นายนันทพงษ์ ประเมินว่า แม้สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางจะยังมีความไม่แน่นอน และอาจส่งผลให้ราคาพลังงานในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นในระยะต่อไป แต่สำหรับประเทศไทยที่มีกลไกการกำกับดูแลราคาพลังงานและค่าครองชีพที่มีประสิทธิภาพ สะท้อนได้จากอัตราเงินเฟ้อในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ภายในกรอบเป้าหมายที่ร้อยละ 1–3 ประกอบกับการดำเนินงานของกระทรวงพาณิชย์ ในการดูแลการจำหน่ายสินค้าและบริการให้เป็นธรรม ป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าเกินควร รวมถึงมาตรการสนับสนุนภาคธุรกิจ และบรรเทาค่าครองชีพประชาชนอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพจนน่ากังวล ทั้งนี้ เพื่อรองรับสถานการณ์ความไม่แน่นอนในระยะต่อไป ภาคธุรกิจและผู้ประกอบการ ควรพิจารณาปรับเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภายในองค์กรเพื่อลดต้นทุน และเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการให้มีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น รวมถึงศึกษาการใช้พลังงานทางเลือก เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงและสร้างความยืดหยุ่นให้แก่ห่วงโซ่การผลิต ขณะที่ประชาชนอาจพิจารณาเลือกอุปโภคบริโภคสินค้าและบริการในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสมและคุ้มค่า ควบคู่กับการวางแผนการเงินอย่างระมัดระวัง จะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยรักษาเสถียรภาพทางการเงินของครัวเรือนได้อีกทางหนึ่ง และเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างภูมิคุ้มกันให้ระบบเศรษฐกิจไทยมีความเข้มแข็ง สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์เศรษฐกิจโลก และเติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพในระยะยาว
1 ดัชนีราคาผู้บริโภคสินค้าเกี่ยวกับพลังงานของประเทศต่าง ๆ ได้แก่ สหรัฐฯ (หมวดพลังงาน) สหภาพยุโรป (หมวดพลังงาน) ญี่ปุ่น (กลุ่มพลังงาน) กัมพูชา (หมวดเชื้อเพลิงและสารหล่อลื่น) บรูไน (หมวดการขนส่ง สินค้าเชื้อเพลิง) ฟิลิปปินส์ (หมวดเชื้อเพลิงสำหรับอุปกรณ์การขนส่งส่วนบุคคล) มาเลเซีย (หมวดเชื้อเพลิงและสารหล่อลื่น) สปป.ลาว (หมวดการขนส่งและการสื่อสาร) สิงคโปร์ (หมวดการขนส่งส่วนบุคคล สินค้าน้ำมันเบนซิน Petrol) และ อินโดนีเซีย (หมวดพลังงาน)

