มาตรการภาครัฐช่วยพยุงกำลังซื้อ แต่ประชาชนยังกังวลค่าครองชีพและภาระหนี้ ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกันยายนปรับลดลง

มาตรการภาครัฐช่วยพยุงกำลังซื้อ แต่ประชาชนยังกังวลค่าครองชีพและภาระหนี้ ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกันยายนปรับลดลง

avatar

Administrator


74


<p><strong>ดาวน์โหลดข้อมูลฉบับเต็ม:&nbsp;</strong><a href="https://uploads.tpso.go.th/editor/pdf/1791531334_cbbba0a632ee0707802a.pdf" target="_blank">1791531334_cbbba0a632ee0707802a.pdf</a></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน จำนวน 5,424 ราย ซึ่งครอบคลุมประชาชนทั่วประเทศ พบว่า <strong>ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม เดือนกันยายน 2569 อยู่ที่ระดับ 48.9 ปรับลดลงจากระดับ 49.5 ในเดือนก่อนหน้า</strong> โดยอยู่ต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่นที่ระดับ 50 แม้มาตรการของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการไทยช่วยไทย พลัส จะช่วยลดภาระค่าครองชีพและพยุงกำลังซื้อของประชาชน ประกอบกับการส่งออกที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง แต่ประชาชนยังมีความกังวลต่อค่าครองชีพและภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกันยายนปรับลดลง</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>&nbsp;ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม เดือนกันยายน 2569 อยู่ที่ระดับ 48.9 ปรับลดลงจากระดับ 49.5 ในเดือนก่อนหน้า </strong>โดยอยู่ต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่นที่ระดับ 50 สำหรับ<strong>ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 39.3</strong> ปรับตัวลดลงจากระดับ 39.8 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งยังอยู่ในช่วงไม่เชื่อมั่น ขณะที่<strong>ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต (3 เดือนข้างหน้า) อยู่ที่ระดับ 55.3</strong> ปรับตัวลดลงจากระดับ 56.0 ในเดือนก่อนหน้า แต่ยังอยู่ในช่วงเชื่อมั่น&nbsp;</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนความเชื่อมั่นของประชาชน </strong>&nbsp;ได้แก่ (1) มาตรการของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการไทยช่วยไทย พลัส มีส่วนช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน กระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ และเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย และ (2) การส่งออกยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี ตามการเติบโตของการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูงทั่วโลก และการส่งออกผลไม้ที่เพิ่มขึ้นในระดับสูง จากผลผลิตที่ออกสู่ตลาดตามฤดูกาล</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>ปัจจัยสำคัญที่ลดทอนความเชื่อมั่นของประชาชน</strong> ได้แก่ (1) ความกังวลต่อค่าครองชีพ รวมทั้งภาระหนี้ครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับสูง และ (2) ความขัดแย้งและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ ผ่านความผันผวนของราคาพลังงาน ต้นทุนการขนส่งและราคาสินค้า รวมถึงความไม่แน่นอนของการค้าและเศรษฐกิจโลก</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจำแนกรายภูมิภาค</strong> จำนวน 5 ภูมิภาค พบว่า <strong>ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของกรุงเทพฯ และปริมณฑล และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีค่าสูงกว่าค่าฐานที่ระดับ 50 ซึ่งอยู่ในช่วงเชื่อมั่น</strong> ขณะที่ดัชนีของภาคอื่น ๆ อยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น โดยที่<strong>กรุงเทพฯ และปริมณฑล</strong> อยู่ที่ระดับ 53.9 ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ในช่วงเชื่อมั่นจากระดับ 49.2 ในเดือนก่อนหน้า โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจโลก และมาตรการของรัฐ <strong>ภาคกลาง </strong>อยู่ที่ระดับ 47.4 ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยจากระดับ 47.3 ในเดือนก่อนหน้า และ<strong>ภาคเหนือ</strong> อยู่ที่ระดับ 47.4 ปรับตัวลดลงจากระดับ 49.4 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น ส่วน<strong>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</strong> อยู่ในช่วงเชื่อมั่นที่ระดับ 50.0 แต่ปรับตัวลดลงจากระดับ 52.0 ในเดือนก่อนหน้า โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย ผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และมาตรการของรัฐ<strong> ภาคใต้</strong> อยู่ที่ระดับ 48.0 ปรับตัวลดลงจากระดับ 49.9 ในเดือนก่อนหน้า แต่ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย มาตรการของรัฐ และผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจำแนกรายอาชีพ</strong> จำนวน 7 อาชีพ พบว่า <strong>ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคกลุ่มอาชีพพนักงานของรัฐ และผู้ไม่ได้ทำงาน/บำนาญ มีค่าสูงกว่าค่าฐานที่ระดับ 50 ซึ่งอยู่ในช่วงเชื่อมั่น ขณะที่ดัชนีของอาชีพอื่น ๆ 5 กลุ่มอาชีพ อยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น </strong>โดยมี <strong>เกษตรกร</strong> อยู่ที่ระดับ 47.0 ปรับตัวลดลงจากระดับ 48.4 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย ราคาสินค้าเกษตร และผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง <strong>พนักงานเอกชน</strong> อยู่ที่ระดับ 49.5 ปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 48.9 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น ส่วน<strong>พนักงานของรัฐ</strong> ยังอยู่ในช่วงเชื่อมั่นที่ระดับ 53.7 ปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 53.1 ในเดือนก่อนหน้า โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย มาตรการของรัฐ และผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง <strong>ผู้ประกอบการ</strong> อยู่ที่ระดับ 49.7 ปรับตัวลดลงมาอยู่ต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่นจากระดับ 51.3 ในเดือนก่อนหน้า และ<strong>รับจ้างอิสระ</strong> อยู่ที่ระดับ 46.7 ปรับตัวลดลงจากระดับ 47.4 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย ผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และมาตรการของรัฐ <strong>นักศึกษา</strong> อยู่ที่ระดับ 47.5 ปรับตัวลดลงมาอยู่ต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่นจากระดับ 50.5 ในเดือนก่อนหน้า โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย สังคม/ความมั่นคง และเศรษฐกิจโลก <strong>ไม่ได้ทำงาน/บำนาญ</strong> ยังอยู่ในช่วงเชื่อมั่นที่ระดับ 50.4 ปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 50.3 ในเดือนก่อนหน้า โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย มาตรการของรัฐ และผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง เมื่อพิจารณาจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ที่ระดับ 41.8 ปรับตัวลดลงจากระดับ 45.1 ในเดือนก่อนหน้า&nbsp;</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกันยายน 2569 มาจากการสำรวจความคิดเห็นประชาชนระหว่างวันที่ 4 - 25 กันยายน 2569 ผลสำรวจจึงยังไม่สะท้อนผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยที่เริ่มเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนกันยายนและต่อเนื่องถึงเดือนตุลาคม 2569 อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ดี หากพิจารณาบทเรียนจากสถานการณ์มหาอุทกภัยในปี 2554 พบว่า อุทกภัยสามารถส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค สำหรับผลกระทบในปี 2569 จะขึ้นอยู่กับขอบเขตพื้นที่ ระดับความรุนแรง และระยะเวลาของสถานการณ์อุทกภัย และอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของครัวเรือนจากความเสียหายของพื้นที่เพาะปลูกและผลผลิตทางการเกษตร การหยุดชะงักของการประกอบอาชีพและกิจการค้า รวมถึงภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและฟื้นฟูบ้านเรือนและทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งอาจทำให้ครัวเรือนเผชิญแรงกดดันทั้งจากรายได้ที่ลดลงและค่าใช้จ่ายจำเป็นที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำลังซื้ออ่อนแอลงและประชาชนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ตลอดจนสร้างความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจในภาพรวม ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนถัดไป จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนถัดไปอย่างใกล้ชิด</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;อย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการดูแลค่าครองชีพและพยุงกำลังซื้อของประชาชน การติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าจำเป็น โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบราคาและปริมาณสินค้า เพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์ปัญหาและดูแลประชาชนได้สอดคล้องกับสภาพปัญหาในแต่ละพื้นที่ ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ยังให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสทางการค้าแก่ผู้ประกอบการรายย่อยและสินค้าชุมชน ตลอดจนการส่งเสริมการส่งออก เพื่อสนับสนุนรายได้ของผู้ประกอบการและการขยายตัวของเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม เมื่อประชาชนยังมีความกังวลต่อค่าครองชีพและภาระหนี้ การดูแลราคาสินค้าจำเป็นและลดภาระรายจ่ายจึงมีความสำคัญต่อการพยุงกำลังซื้อและความเชื่อมั่นผู้บริโภค</p>

ดาวน์โหลดข้อมูลฉบับเต็ม: 

          สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน จำนวน 5,424 ราย ซึ่งครอบคลุมประชาชนทั่วประเทศ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม เดือนกันยายน 2569 อยู่ที่ระดับ 48.9 ปรับลดลงจากระดับ 49.5 ในเดือนก่อนหน้า โดยอยู่ต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่นที่ระดับ 50 แม้มาตรการของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการไทยช่วยไทย พลัส จะช่วยลดภาระค่าครองชีพและพยุงกำลังซื้อของประชาชน ประกอบกับการส่งออกที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง แต่ประชาชนยังมีความกังวลต่อค่าครองชีพและภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกันยายนปรับลดลง

           ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม เดือนกันยายน 2569 อยู่ที่ระดับ 48.9 ปรับลดลงจากระดับ 49.5 ในเดือนก่อนหน้า โดยอยู่ต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่นที่ระดับ 50 สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 39.3 ปรับตัวลดลงจากระดับ 39.8 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งยังอยู่ในช่วงไม่เชื่อมั่น ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต (3 เดือนข้างหน้า) อยู่ที่ระดับ 55.3 ปรับตัวลดลงจากระดับ 56.0 ในเดือนก่อนหน้า แต่ยังอยู่ในช่วงเชื่อมั่น 

           ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนความเชื่อมั่นของประชาชน  ได้แก่ (1) มาตรการของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการไทยช่วยไทย พลัส มีส่วนช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน กระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ และเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย และ (2) การส่งออกยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี ตามการเติบโตของการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูงทั่วโลก และการส่งออกผลไม้ที่เพิ่มขึ้นในระดับสูง จากผลผลิตที่ออกสู่ตลาดตามฤดูกาล

           ปัจจัยสำคัญที่ลดทอนความเชื่อมั่นของประชาชน ได้แก่ (1) ความกังวลต่อค่าครองชีพ รวมทั้งภาระหนี้ครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับสูง และ (2) ความขัดแย้งและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ ผ่านความผันผวนของราคาพลังงาน ต้นทุนการขนส่งและราคาสินค้า รวมถึงความไม่แน่นอนของการค้าและเศรษฐกิจโลก

           ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจำแนกรายภูมิภาค จำนวน 5 ภูมิภาค พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของกรุงเทพฯ และปริมณฑล และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีค่าสูงกว่าค่าฐานที่ระดับ 50 ซึ่งอยู่ในช่วงเชื่อมั่น ขณะที่ดัชนีของภาคอื่น ๆ อยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น โดยที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล อยู่ที่ระดับ 53.9 ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ในช่วงเชื่อมั่นจากระดับ 49.2 ในเดือนก่อนหน้า โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจโลก และมาตรการของรัฐ ภาคกลาง อยู่ที่ระดับ 47.4 ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยจากระดับ 47.3 ในเดือนก่อนหน้า และภาคเหนือ อยู่ที่ระดับ 47.4 ปรับตัวลดลงจากระดับ 49.4 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ในช่วงเชื่อมั่นที่ระดับ 50.0 แต่ปรับตัวลดลงจากระดับ 52.0 ในเดือนก่อนหน้า โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย ผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และมาตรการของรัฐ ภาคใต้ อยู่ที่ระดับ 48.0 ปรับตัวลดลงจากระดับ 49.9 ในเดือนก่อนหน้า แต่ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย มาตรการของรัฐ และผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง

           ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจำแนกรายอาชีพ จำนวน 7 อาชีพ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคกลุ่มอาชีพพนักงานของรัฐ และผู้ไม่ได้ทำงาน/บำนาญ มีค่าสูงกว่าค่าฐานที่ระดับ 50 ซึ่งอยู่ในช่วงเชื่อมั่น ขณะที่ดัชนีของอาชีพอื่น ๆ 5 กลุ่มอาชีพ อยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น โดยมี เกษตรกร อยู่ที่ระดับ 47.0 ปรับตัวลดลงจากระดับ 48.4 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย ราคาสินค้าเกษตร และผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง พนักงานเอกชน อยู่ที่ระดับ 49.5 ปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 48.9 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น ส่วนพนักงานของรัฐ ยังอยู่ในช่วงเชื่อมั่นที่ระดับ 53.7 ปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 53.1 ในเดือนก่อนหน้า โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย มาตรการของรัฐ และผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ผู้ประกอบการ อยู่ที่ระดับ 49.7 ปรับตัวลดลงมาอยู่ต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่นจากระดับ 51.3 ในเดือนก่อนหน้า และรับจ้างอิสระ อยู่ที่ระดับ 46.7 ปรับตัวลดลงจากระดับ 47.4 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย ผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และมาตรการของรัฐ นักศึกษา อยู่ที่ระดับ 47.5 ปรับตัวลดลงมาอยู่ต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่นจากระดับ 50.5 ในเดือนก่อนหน้า โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย สังคม/ความมั่นคง และเศรษฐกิจโลก ไม่ได้ทำงาน/บำนาญ ยังอยู่ในช่วงเชื่อมั่นที่ระดับ 50.4 ปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 50.3 ในเดือนก่อนหน้า โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย มาตรการของรัฐ และผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง เมื่อพิจารณาจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ที่ระดับ 41.8 ปรับตัวลดลงจากระดับ 45.1 ในเดือนก่อนหน้า 

           ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกันยายน 2569 มาจากการสำรวจความคิดเห็นประชาชนระหว่างวันที่ 4 - 25 กันยายน 2569 ผลสำรวจจึงยังไม่สะท้อนผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยที่เริ่มเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนกันยายนและต่อเนื่องถึงเดือนตุลาคม 2569 อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ดี หากพิจารณาบทเรียนจากสถานการณ์มหาอุทกภัยในปี 2554 พบว่า อุทกภัยสามารถส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค สำหรับผลกระทบในปี 2569 จะขึ้นอยู่กับขอบเขตพื้นที่ ระดับความรุนแรง และระยะเวลาของสถานการณ์อุทกภัย และอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของครัวเรือนจากความเสียหายของพื้นที่เพาะปลูกและผลผลิตทางการเกษตร การหยุดชะงักของการประกอบอาชีพและกิจการค้า รวมถึงภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและฟื้นฟูบ้านเรือนและทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งอาจทำให้ครัวเรือนเผชิญแรงกดดันทั้งจากรายได้ที่ลดลงและค่าใช้จ่ายจำเป็นที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำลังซื้ออ่อนแอลงและประชาชนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ตลอดจนสร้างความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจในภาพรวม ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนถัดไป จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนถัดไปอย่างใกล้ชิด

           อย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการดูแลค่าครองชีพและพยุงกำลังซื้อของประชาชน การติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าจำเป็น โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบราคาและปริมาณสินค้า เพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์ปัญหาและดูแลประชาชนได้สอดคล้องกับสภาพปัญหาในแต่ละพื้นที่ ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ยังให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสทางการค้าแก่ผู้ประกอบการรายย่อยและสินค้าชุมชน ตลอดจนการส่งเสริมการส่งออก เพื่อสนับสนุนรายได้ของผู้ประกอบการและการขยายตัวของเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม เมื่อประชาชนยังมีความกังวลต่อค่าครองชีพและภาระหนี้ การดูแลราคาสินค้าจำเป็นและลดภาระรายจ่ายจึงมีความสำคัญต่อการพยุงกำลังซื้อและความเชื่อมั่นผู้บริโภค

เผยแพร่เมื่อวันที่ 09 ตุลาคม 2569